top of page

น้ำท่วมแล้วเฟอร์นิเจอร์รอดไหม? คู่มือเลือกวัสดุทนน้ำ

8 ต.ค.
ยาว 2 นาที

เฟอร์นิเจอร์จะรอดน้ำท่วมหรือไม่ ขึ้นอยู่กับ "เนื้อวัสดุ" มากกว่าผิวที่มองเห็น ตู้สองใบหน้าตาเหมือนกันทุกอย่าง ใบหนึ่งแช่น้ำแล้วแค่เช็ดก็ใช้ต่อได้ อีกใบบวมพองจนต้องทิ้งทั้งตู้

ช่วงนี้หลายพื้นที่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเจอน้ำท่วมขัง ทั้งบ้าน ร้านกาแฟ คลินิก และร้านค้าชั้นล่าง ปัญหาที่ตามมาแทบทุกครั้งคือขาตู้บวม บานประตูปิดไม่สนิท ขอบลามิเนตหลุดล่อน และกลิ่นอับจากเชื้อรา

บทความนี้รวบรวมวัสดุที่ทนน้ำจริง ข้อดีข้อเสียของแต่ละแบบ และเทคนิคการออกแบบที่ช่วยให้เฟอร์นิเจอร์ผ่านหน้าฝนไปได้โดยไม่ต้องซื้อใหม่

ทำไมเฟอร์นิเจอร์ทั่วไปถึงพังเมื่อโดนน้ำ

เฟอร์นิเจอร์ราคาประหยัดส่วนใหญ่ทำจากไม้อัดชิ้นไม้ (Particle Board) หรือ MDF ซึ่งคือเศษไม้หรือเส้นใยไม้อัดรวมกันด้วยกาว เมื่อน้ำซึมเข้าไป เส้นใยจะพองตัวและกาวเสียแรงยึด แผ่นไม้จึงบวมและไม่หดกลับคืนแม้จะตากแห้งแล้ว

จุดที่น้ำเข้าได้ง่ายที่สุด:

  • ขอบแผ่นที่ไม่ได้ปิดขอบ โดยเฉพาะด้านล่างและด้านหลังตู้ที่มองไม่เห็น

  • รูเจาะสกรูและรูบานพับ น้ำซึมเข้าเนื้อไม้ผ่านรูเหล่านี้

  • ขาตู้ที่วางติดพื้น รับน้ำขังโดยตรง แล้วดูดน้ำขึ้นไปตามเนื้อแผ่น

เมื่อแผ่นบวม สกรูจะคลายตัว บานพับหลุด และตู้เสียรูปจนซ่อมไม่คุ้ม

วัสดุโครงสร้างที่ทนน้ำ

1. PVC Foam Board (แผ่นพีวีซีโฟม)

กันน้ำได้ 100% เพราะเป็นพลาสติกทั้งแผ่น แช่น้ำได้โดยไม่บวม ไม่ขึ้นรา และปลวกไม่กิน เหมาะกับตู้ใต้ซิงก์ ตู้ห้องน้ำ และตู้ชั้นล่างในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ข้อจำกัดคือแผ่นอ่อนกว่าไม้ ถ้าช่วงยาวต้องเสริมโครง และรับน้ำหนักบนชั้นได้น้อยกว่า

2. WPC (Wood Plastic Composite)

ส่วนผสมผงไม้กับพลาสติก แข็งแรงกว่า PVC Foam และทนน้ำ ทนแดด จึงนิยมใช้ทั้งเฟอร์นิเจอร์ภายในและภายนอก น้ำหนักค่อนข้างมากและราคาสูงกว่าไม้แปรรูปทั่วไป

3. HMR (High Moisture Resistance)

แผ่นไม้อัดเส้นใยที่ผสมสารกันชื้น สังเกตได้จากเนื้อในสีเขียว ทนความชื้นได้ดีกว่า MDF และ Particle Board มาก แต่ต้องย้ำว่า HMR คือ "ทนชื้น" ไม่ใช่ "กันน้ำ" ถ้าแช่น้ำนานหลายวันก็บวมได้เช่นกัน จุดแข็งคือขึ้นรูปง่าย ผิวเรียบ ปิดลามิเนตสวย และราคาคุ้มค่า เหมาะกับงานบิลท์อินในพื้นที่ชื้นแต่น้ำไม่ท่วมถึง

4. ไม้จริงชนิดที่ทนน้ำ

ไม้สัก ไม้แดง และไม้เต็ง มีน้ำมันและความหนาแน่นสูงตามธรรมชาติ ทนชื้นได้ดีเมื่อเคลือบผิวอย่างถูกต้อง แต่ราคาสูงและอาจยืดหดหรือบิดได้หากโดนน้ำนาน ส่วนไม้ยางพาราต้องผ่านการอบน้ำยาและเคลือบผิวดีจึงจะใช้ในพื้นที่ชื้นได้

5. โลหะ: สแตนเลสและอลูมิเนียม

สแตนเลสเกรด 304 ทนสนิมได้ดี เหมาะกับขาโต๊ะ โครงเคาน์เตอร์ และงานครัวร้านอาหาร ควรระวังเกรด 201 ที่ราคาถูกกว่าแต่เกิดสนิมได้ง่ายกว่าในที่ชื้น ส่วนอลูมิเนียมไม่เป็นสนิมแดง น้ำหนักเบา นิยมทำโครงตู้และบานกระจก

ผิวปิดและอุปกรณ์: ส่วนที่มักถูกมองข้าม

โครงดีแค่ไหน ถ้าผิวและอุปกรณ์ไม่ทนน้ำ เฟอร์นิเจอร์ก็เสียได้อยู่ดี

  • ลามิเนต HPL (High Pressure Laminate) ผิวแข็ง ทนรอยขีดข่วน และกันน้ำที่ผิวหน้าได้ดี เหมาะกับท็อปเคาน์เตอร์และหน้าบานในร้านอาหาร คาเฟ่ และคลินิก

  • ปิดขอบทุกด้าน ขอบ PVC หรือ ABS ที่ติดด้วยกาว PUR ซีลแน่นกว่ากาวร้อนทั่วไป ควรปิดขอบให้ครบรวมถึงด้านล่างและด้านหลัง ไม่ใช่แค่ด้านที่มองเห็น

  • บานพับและรางลิ้นชักสแตนเลส หรือเกรดที่ระบุว่ากันสนิม เพราะบานพับเหล็กชุบมักขึ้นสนิมก่อนตัวตู้จะเสียเสียอีก

  • ขาตู้พลาสติกปรับระดับ ยกตู้ให้ลอยจากพื้น น้ำไม่สัมผัสเนื้อไม้ และปรับระดับได้เมื่อพื้นทรุด

  • ซิลิโคนกันเชื้อรา ยาแนวรอยต่อระหว่างตู้กับผนัง และรอบซิงก์ เพื่อกันน้ำไหลเข้ารอยต่อ

เปรียบเทียบวัสดุแบบเห็นภาพ

ถ้าพื้นที่มีโอกาสน้ำท่วมถึง ให้เลือก PVC Foam, WPC หรือโลหะสำหรับส่วนล่างของเฟอร์นิเจอร์ ส่วน HMR เหมาะกับพื้นที่ที่แค่ชื้นแต่น้ำไม่ท่วมถึง

วัสดุ

ทนน้ำแช่

ทนความชื้น

ความแข็งแรง

ราคา (เทียบกัน)

เหมาะกับ

PVC Foam Board

ดีมาก

ดีมาก

ปานกลาง

ปานกลาง

ตู้ใต้ซิงก์ ตู้ห้องน้ำ ตู้ชั้นล่าง

WPC

ดีมาก

ดีมาก

ดี

สูง

เฟอร์นิเจอร์ภายนอก พื้นที่เปียกบ่อย

สแตนเลส 304

ดีมาก

ดีมาก

ดีมาก

สูง

โครงเคาน์เตอร์ ครัวร้านอาหาร ขาโต๊ะ

อลูมิเนียม

ดีมาก

ดีมาก

ดี

ปานกลาง–สูง

โครงตู้ บานกระจก

ไม้สัก / ไม้เนื้อแข็ง

ปานกลาง

ดี

ดีมาก

สูง

เฟอร์นิเจอร์โชว์เนื้อไม้

HMR

ต่ำ

ดี

ดี

ปานกลาง

บิลท์อินในพื้นที่ชื้น น้ำไม่ท่วมถึง

MDF

ต่ำมาก

ต่ำ

ปานกลาง

ต่ำ

ห้องแห้ง ชั้นบน

Particle Board

ต่ำมาก

ต่ำ

ต่ำ

ต่ำมาก

ห้องแห้ง งานชั่วคราว

ออกแบบให้รอดน้ำ: เทคนิคที่ใช้ได้จริง

วัสดุดีอย่างเดียวไม่พอ การออกแบบที่ถูกต้องช่วยลดความเสียหายได้มากพอ ๆ กัน

  1. ยกตู้ให้สูงจากพื้น ใช้ขาปรับระดับหรือฐานลอย 10–15 ซม. ขึ้นไป ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมอาจยกสูงกว่านั้นตามระดับน้ำที่เคยท่วม

  2. ผสมวัสดุตามระดับความเสี่ยง ทำฐานและแผงล่างด้วย PVC Foam หรือสแตนเลส ส่วนช่วงบนที่น้ำไม่ถึงใช้ HMR ปิดลามิเนตเพื่อคุมงบ

  3. ปิดขอบและซีลรูเจาะทุกจุด รวมถึงขอบด้านล่างที่ลูกค้ามองไม่เห็น เพราะเป็นจุดแรกที่น้ำเข้า

  4. เผื่อช่องระบายอากาศ ให้ด้านหลังและใต้ตู้มีอากาศถ่ายเท ลดความชื้นสะสมและเชื้อรา

  5. ทำเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวหรือถอดได้ โต๊ะและชั้นแบบมีล้อหรือถอดประกอบได้ ย้ายขึ้นที่สูงได้ทันเมื่อมีประกาศเตือนน้ำ

แนวคิดคือใช้วัสดุกันน้ำ 100% เฉพาะช่วงที่น้ำถึง แล้วใช้ HMR ในช่วงบน ได้ทั้งความทนทานและคุมงบได้

เฟอร์นิเจอร์โดนน้ำแล้ว ทำอย่างไรดี

ยิ่งจัดการเร็ว โอกาสรอดยิ่งสูง ลองทำตามลำดับนี้

  1. ตัดไฟก่อนเสมอ หากตู้มีไฟ LED หรือปลั๊กติดตั้งอยู่ ห้ามแตะจนกว่าจะตัดไฟเรียบร้อย

  2. ยกออกจากน้ำและเปิดบานทุกบาน ถอดลิ้นชักออกให้อากาศเข้าได้ทั่ว

  3. เช็ดและผึ่งในที่ร่มที่ลมโกรก หลีกเลี่ยงการตากแดดจัด เพราะไม้แห้งเร็วเกินไปจะบิดและแตก

  4. ตรวจจุดบวม ถ้าแผ่น Particle Board หรือ MDF บวมพองแล้ว มักไม่กลับคืน ควรเปลี่ยนเฉพาะแผ่นนั้น

  5. กำจัดเชื้อราตั้งแต่เนิ่น ๆ เช็ดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อรา และเปลี่ยนบานพับหรือรางที่เริ่มขึ้นสนิม

หากตู้เสียหายหลายจุด การทำใหม่ด้วยวัสดุทนน้ำมักคุ้มกว่าซ่อมซ้ำทุกหน้าฝน

สรุป

เลือกวัสดุตามระดับความเสี่ยงของพื้นที่: ส่วนที่น้ำท่วมถึงใช้ PVC Foam, WPC หรือสแตนเลส ส่วนที่แค่ชื้นใช้ HMR ปิดลามิเนตและปิดขอบให้ครบ แล้วยกตู้ให้พ้นพื้น เท่านี้เฟอร์นิเจอร์ก็ผ่านหน้าฝนได้อีกหลายปี

เราออกแบบและผลิตเฟอร์นิเจอร์สั่งทำสำหรับคาเฟ่ ร้านอาหาร เบเกอรี่ คลินิก และร้านค้า เราเลือกวัสดุให้เหมาะกับหน้างานจริง ทั้งงานเคาน์เตอร์ ตู้บิลท์อิน และตู้โชว์ หากพื้นที่ของคุณเคยเจอน้ำท่วมหรือความชื้นสูง ส่งรูปหน้างานและขนาดมาให้เราประเมินวัสดุและราคาได้เลย

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page